เจมี่คาร์ราเกอร์ จวก

เจมี่คาร์ราเกอร์ จวก สโมสรลิเวอร์พูลทำไม่ถูกดูจะไม่พอใจกับ

เจมี่คาร์ราเกอร์ จวก ดูเหมือนอดีตแข้ง สโมสรหงส์แดงลิเวอร์พูล ดูจะไม่พอใจกับมาตรการของสโมสรที่ออกมาในตอนนี้ก็คือพนักงานลูกจ้างบางส่วนที่ต้องได้รับผลกระทบจาก การไม่มีงานในช่วงที่ไม่มีบอลเตะแต่ให้ค่าจ้างแบบเต็ม 100% ซึ่ง รัฐบาลอังกฤษ จ่ายให้กับลูกจ้างที่โดนพักงาน 80 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างหรือไม่เกิน 2500 ปอนด์ต่อเดือน และส่วนที่เหลือก็จะเป็นการสมทบจากสโมสรตามจริง ซึ่งหลายฝ่ายมองว่ามันก็เป็นการใช้สิทธิมาตรการอย่างถูกต้อง แต่อดีตนักเตะหลายคนอย่างเจมี คาร์ราเกอร์ และคนอื่นๆกลับมองว่าทำไม่เหมาะสม แม้ว่ากุนซือของทีมจะออกมากล่าวถึงกรณีนี้ว่า

เจมี่คาร์ราเกอร์ จวก สถานการณ์ในครั้งนี้ค่อนข้างวิกฤต และสโมสรเอง ก็ต้องแบกรับภาระในหลายๆด้าน ทีมงานสต๊าฟโค้ชนักเตะ

บอร์ดบริหารที่มีรายได้สูงก็พร้อมที่จะยอมลดค่าเหนื่อยเพื่อพยุงสถานการณ์ของสโมสร และเงินที่ถูกหักในส่วนของกลุ่มที่มีรายได้สูงในสโมสรก็จะถูกแบ่งออกไปช่วยเหลือในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการกุศลอย่างที่พวกคุณรู้กันดีหรือช่วยในทีมระดับล่างอีกหลายทีมซึ่ ลิเวอร์พูลไม่ใช่ทีมเดียวที่ทำแบบนี้นั่นคือสิ่งที่ คลอป์ปกล่าวเพราะเขามองว่าในยามที่สโมสรมีรายได้ก็จ่ายภาษีให้กับรัฐบาลอย่างถูกต้อง ในยามวิกฤติสโมสรก็ควรที่จะมีสิทธิ์ใช้มาตรการนี้ด้วยเช่นเดียวกั นแต่อดีตนักเตะบางรายให้ทัศนะความเห็นว่าเจ้าของสโมสรเป็นกลุ่มทุน ต้องมีเงินทุนหมุนเวียนอยู่แล้วก็ควรจะควักมาจ่ายด้วยตัวเองไม่ควรจะต้องเอาเงินจากรัฐบาล เพราะในช่วงที่มีฟุตบอลเตะรายได้ของสโมสรก็มีสูง ตามไปด้วยเช่นเดียวกันนี่ก็เป็นอีกหลากหลายความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีนี้ ซึ่งหากเจาะลึกตามมาตรการของรัฐบาลอังกฤษแล้ว มันก็น่าจะสมเหตุสมผลอยู่บ้างเพราะลูกจ้างเองทำงานก็จ่ายภาษีก็สามารถใช้สิทธิ์ในส่วนนี้ได้เช่นกัน

เพราะโดนผลกระทบก็ต้องขึ้นอยู่กับมาตรการของเขา และสโมสรก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับค่าชดเชยต่างๆ ก็ถือว่าบรรดาอดีตแข้งของลิเวอร์พูลค่อนข้างไม่พอใจ ในมาตรการนี้กันอย่างมากและออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักจึงทำให้กลายเป็นประเด็นพูดถึงในโลกออนไลน์ ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียวซึ่งเรามองว่าในแต่ละสโมสรก็คงจะต้องมีวิธีการจัดการที่แตกต่าง กันออกไปขึ้นอยู่กับว่าใครจะพร้อมรับมือได้มากหรือน้อยแค่ไหนและในส่วนของลิเวอร์พูลเอง แม้ว่าจะเข้าสู่มาตรการที่รัฐบาลมีไว้ให้แต่อีกหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในระดับเดียวกันก็ไม่ได้ใช้มาตรการนี้ก็มีเช่นสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้เป็นต้นดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมถึงถูกวิพากษ์วิจารณ์ขนาดหนักเพราะสถานการณ์ตอนนี้หลายฝ่ายอยากจะเซฟค่าใช้จ่ายของตัวเองให้ได้มากที่สุดเพื่อจะอยู่รอดในสถานการณ์ที่ยังไม่มีความ แบบนี้ดังนั้นก็คงจะต้องบอกได้คำเดียวเลยว่า แล้วแต่ฝ่ายบริหารจะจัดการกันอย่างไร เพราะแต่ละแห่งก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆหรือปัญหาอื่นๆที่แตกต่างกันออกไปดังนั้นก็ต้องอยู่ที่ฝ่ายบริหารว่าจะสามารถประคับประคองและพยุงสโมสรให้อยู่รอดได้หรือไม่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *